วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

โทรศัพท์กับวัยรุ่นอะไรเป็นสาเหตุ



ในสายตาของวัยรุ่น โทรศัพท์มือถือมิได้มีฐานะเป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารที่ย่นระยะทาง และระยะเวลาในการสนทนาระหว่างกันและกันเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสิ่งที่วัยรุ่นสามารถแสดงอัตลักษณ์ของตนผ่านการเลือกภาพพักหน้าจอที่แปลกใหม่ การใช้เสียงเรียกเข้า (Ringtone) ที่ทันสมัย และไม่ซ้ำใคร การเลือกเสียงรอสาย (Calling Melody) ที่ตรงกับความชอบ และการเลือกใช้กรอบมือถือที่แสดงบุคลิก และความเป็นตัวตนของพวกเขา
โทรศัพท์มือถือ ยังเป็นเครื่องมือแสดงสถานะทางสังคม ที่สร้างความภูมิใจ และความโก้เก๋ให้แก่วัยรุ่น การเปลี่ยนโทรศัพท์บ่อยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากใช้โทรศัพท์ที่ตกรุ่น เพราะกลัวจะไม่ทัดเทียมกับเพื่อนนั้น ฟังดูจะคุ้นชินจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา (ที่ไม่ธรรมดา) ที่วัยรุ่นต้องพยายามเกาะกระแสให้ทัน
นอกจากนี้ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยยังใช้เวลาในแต่ละวัน สาละวนอยู่กับโทรศัพท์มือถือมากกว่าที่จะใช้เวลากับพ่อแม่ ญาติพี่น้องเสียด้วยซ้ำ ทั้งการใช้พูดคุยกับเพื่อน/แฟน เล่นเกม ฟังเพลงถ่ายรูป ฯลฯ สรุปได้ว่า ทุกวันนี้ วัยรุ่นจำนวนมากคิดว่า "โทรศัพท์มือถือคือพระเจ้า" ซึ่งเป็นแทบทุกอย่างสำหรับพวกเขา ทั้งเครื่องมือแก้เหงา เครื่องมือคลายเครียด เครื่องมือเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเพื่อน และแฟน ฯลฯ
วัยรุ่นจึงให้ความสำคัญกับโทรศัพท์มือถือมากจนอาจเกินความจำเป็น ส่งผลให้เกิดประเด็นปัญหาทางสังคมตามมา คือมารยาทในการใช้มือถือ และการติดมือถือ จนผู้ใหญ่ต้องพยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อลดทอนความสำคัญ และบทบาทของโทรศัพท์มือถือต่อการใช้ชีวิตของวัยรุ่น เกิดเป็นกฎเกณฑ์การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน สร้างความไม่พอใจให้กับนักเรียนทั้งหลาย จนต้องออกมาประท้วงกันยกใหญ่ดังที่กล่าวไปแล้วข้าง
แม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะเป็นเทคโนโลยีที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์มากมาย โทรศัพท์มือถือก็ยังเปรียบเสมือนดาบสองคม พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือในทางลบ หรือผิดวัตถุประสงค์นั้น ปรากฏให้เห็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ ดังเช่นการใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพลามกอนาจาร รวมทั้ง คลิปวิดีโอที่มีความรุนแรง และส่งต่อกันไปเครื่องต่อเครื่อง ทำให้ภาพดังกล่าวแพร่กระจายอย่างกว้างขวาง โทรศัพท์มือถือจึงกลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการถ่ายทอดค่านิยมที่ผิดๆ ให้แก่เด็กและเยาวชนในสังคมโดยไม่สามารถสกัดกั้น หรือป้องกันได้
ในแง่ของการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือซึ่งไม่สามารถเห็นหน้าค่าตากันได้นั้น ทำให้เกิด "วัฒนธรรมการโป้ปด" และ "การหลอกลวง" จนติดเป็นนิสัย ทำให้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ถูกหลายคนนำไปใช้เพื่อโกหกหลอกหลวง นอกจากนั้น พฤติกรรมในการใช้โทรศัพท์มือถือจนเกินพอดี และมารยาทในการใช้โทรศัพท์มือถือนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง


วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เตือนภัยในโลกไซเบอร์!!!!!!!!!!!

     
  สังคมปัจจุบันนี้มีภัยต่าง ๆ ที่แฝงตัวอยู่ทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นภัยจากการถูกแอบถ่ายรูป หรือภัยจากการลักลอบโอนเงินจากธนาคาร นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น 


        ภัยที่มากับอินเทอร์เน็ตหรือภัยไซเบอร์ ขณะที่ชุมชนใหม่บนโลกไซเบอร์กำลังก่อเกิดขึ้น การติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่า สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการในทุกด้านโลกที่เปิดกว้างนี้ได้สร้างความสัมพันธ์ให้กับผู้คนในหลากหลายรูปแบบ  แต่ขณะเดียวกันสังคมไซเบอร์ก็นำพาปัญหามาให้กับผู้ใช้โดยเฉพาะเยาวชนที่อาจเผลอไผลใช้เทคโนโลยีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  จนเกิดเป็นภัยร้ายลุกลามได้หากเอ่ยถึงภัยร้ายทางอินเทอร์เน็ตเรียกว่า  มีหลากหลายรูปแบบให้ต้องระแวดระวัง  เพราะโลกไซเบอร์มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วทุกมุมโลก  ภัยที่แฝงอยู่จึงมาได้หลายทาง หากแบ่งแยกแล้วอาจได้ประมาณ  3  กลุ่ม คือ

1.  ภัยจากคนแปลกหน้า  หรือบุคคลเสมือน  บางทีเด็กหญิงที่เราเจอในแชทรูมที่จริงอาจเป็นชายวัยกลางกคนที่เข้ามาพูดคุยสร้างภาพเพื่อหลอกให้เราตายใจ  หวังล่อลวงนัดพบ และเมื่อออกไปเจอเขาก็อาจถูกล่วงเกินหรือทำร้าย มิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งทำเว็บไซต์ปลอมหลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ เลขรหัสบัตรเครดิต  แล้วนำไปใช้แอบอ้างเป็นตัวเรา


เด็กติดเกมส์
2.ภัยจากเนื้อหาต้องห้าม อินเทอร์เน็ต เป็นแหล่งรวมเนื้อหา ข้อมูล ข้อมูล รูปภาพ ความคิดเห็นนานาจากผู้คนทั่วโลก  จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีทั้งข้อมูลที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์และข้อมูลที่เป็นอันตราย เช่น มีการเผยแพร่สิ่งพิมพ์รูปภาพ  หรือ โฆษณาวัตถุลามากอานาจาร ผิดกฎหมาย หมิ่นประมาท ยุยง ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม เนื้อหารุนแรงเกลียดชัง บ่อนทำลาย  ผิดศีลธรรม  เนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้ง


3.ภัยจากการใช้งานไม่เหมาะสมอื่นๆ ไวรัสคอมพิวเตอร์แพร่ระบาดได้ง่ายผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้ที่ขาดความรู้และความระมัดระวัง มันจะกระจายตัวอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายได้คราวละมาก ๆ

 นอกจากนี้ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดีทำการบุกรุกเครือข่ายเพื่อขโมยข้อมูล  แก้ไขข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทำการโจมตีให้ระบบล่ม ภัยจากโลกไซเบอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งได้แก่ การที่เด็กและเยาวชนใช้เวลามากเกินไปบนโลกออนไลน์ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ละเลยต่อการเรียนหรือกิจกรรมกลางแจ้งในโลกปกติทำให้เสียสุขภาพและขาดทักษะการเรียนรู้ทางสังคม

     ภัยที่มากับอินเทอร์เน็ต

1.พิชชิ่ง (pifishing)คือการเลียนแบบทำเหมือนต้นฉบับทุกประการ  ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่อาชญากรจะในการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน อย่างเช่น  การฝากเงิน  การถอน  หรือการโอนเงิน  ด้วยการตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาเหมือนกับธนาคารทุกประการและหลังจากนั้นจะมีการหลอกผู้ที่เข้าไปใช้บริการเพื่อเอารหัสบัญชีแล้วนำไปทำธุรกรรมอย่างอื่น            

สาวเวบแคมเจอดี  โดนแบล็คเมล์ขอกินตับ แจ้งตร.รวบ
2.ภัยจากเว็บแคม ถือได้ว่าเป็นภัยที่นับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกับเด็กวัยรุ่น เพราะมิจฉาชีพจะติดกล้องไว้ที่ตัวคอมพิวเตอร์เพื่อดูพฤติกรรมของฝ่ายหนึ่งและเว็บแคมทุกวันนี้มีความรุนแรงมากขึ้น ถึงขั้นลามกอนาจาร หรือเรียกกันง่าย ๆ ก็คือ ขายบริการทางเพศทางเว็บนั่นเอง  ที่นี้ลองมานึกภาพดูซิว่าถ้าเป็นลูกหลานของท่านกำลังมีพฤติกรรมแบบนี้  และไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตนเองได้ผลที่จะตามมาก็คือเสียเงินค่าบริการ ขาดความสนใจในการเรียน เสียสุขภาพเพราะนอนดึก ร้ายไปกว่านั้นอาจส่งผลถึงสุขภาพจิต ซึ่งไม่แน่ว่าเป็นสาเหตุก่อให้เกิดการข่มขืนกระทำชำเราตามที่เป็นข่าวอยู่เนือง   

3.ภัยจากบัตรเครดิต ซึ่งเป็นภัยของพวกนักช้อปฯ หรือผู้ที่ไม่ต้องการพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมากก็จะบัตรเครดิตในการชำระสินค้าต่างๆ แต่ใครจะรู้ว่าถึงเวลาชำระค่าบัตรกลับมีตัวเลขที่ต้องชำระเพิ่มขึ้นอย่างมากโขทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใช้ซึ่งวิธีการที่พวกมิจฉาชีพมักจะหาประโยชน์จากบัตรเครดิตคือ ทุกครั้งที่มีการรูดบัตรตัวเครื่องก็จะทำการอ่านบัตรและเชื่อมตัวไปยังธนาคารเจ้าของบัตร แต่ระหว่างที่มีการติดต่อกันระหว่างเครื่องรูดบัตรกับธนาคาร พวกมิจฉาชีพก็ได้นำเครื่องเล่นMp3  ไปไว้เพื่อดักฟังข้อมูล


4.ภัยที่มากับเกมคอมพิวเตอร์ฟังดูเผินแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไรมากนัก เพราะเป็นเกมเล่นเฉย ๆ แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าเกมคอมพิวเตอร์ได้ส่งผลเสียต่อผู้คนที่ขาดสติสัมปชัญญะจนเสียผู้เสียคนมามากต่อมากแล้ว ดังเช่น เกม GTA ที่เป็นข่าวครึกโครมกัน เพราะเกมก็เหมือนกับของหลาย ๆ อย่างในโลกนี้  ที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ถ้ารู้จักใช้หรือใช้พอเหมาะพอดีก็จะเกิดประโยชน์  แต่ถ้าไม่รู้จักใช้หรือใช้มากเกินไปก็จะก่อให้เกิดโทษ

        อันตรายจากโลกไซเบอร์เพิ่มขึ้นทุกวัน จากข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ถูกลวงไปเพื่อทำอนาจาร ข่มขืน ถ่ายคลิปวิดีโอ เกิดจากการเชื่อคนง่าย ขาดวิจารณญานในการฟัง  การคิด ชอบความสบาย ความสนุกเป็นที่ตั้ง จึงทำให้เด็กผู้หญิงถูกหลอกง่ายขึ้น